THBA ชื้อรับสร้างบ้านยุคเรดโอเชียน รายใหญ่เน้นจุดแข็งระบบสำเร็จรูป

141 views

ส่องเทรนด์ธุรกิจรับสร้างบ้าน เทรดวอร์-การเมืองภายในประเทศตัวแปรหลักกระทบความเชื่อมั่น “สมาคมไทยรับสร้างบ้าน” ปรับลดมูลค่าตลาดรวมเหลือ 1.4-1.6 หมื่นล้าน ชี้ครึ่งปีหลังตลาดเรดโอเชียน ดีมานด์ขอสินเชื่อเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑลยังหนาแน่น 82% ต่างจังหวัด 18% รายใหญ่ได้เปรียบการแข่งขันถ้ามีระบบก่อสร้างสำเร็จรูป แนะผู้ประกอบการปรับตัวเป็นมืออาชีพ ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุค 4.0

นายสิทธิพร สุวรรณสุต นายกสมาคมไทยรับสร้างบ้าน (THBA-Thai Home Builders Association) เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจรับสร้างบ้านครึ่งปีแรก 2562 มีการขยายและเติบโตต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ ผลกระทบมาจากปัจจัยกดดันทั้งความไม่เชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจภายในประเทศ ภาคการส่งออกไม่ขยายตัว ภาคท่องเที่ยวมีตัวเลขนักท่องเที่ยวลดลง รวมถึงปัญหาเสถียรภาพรัฐบาล เนื่องจากเป็นรัฐบาลผสม 19 พรรคและมีเสียงโหวตปริ่มน้ำในสภา ส่วนแนวโน้มในครึ่งปีหลัง เทรดวอร์หรือสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนยังเป็นตัวแปรที่มีผลกระทบสูง เนื่องจากคาดเดาทิศทางลำบาก

ทั้งนี้ THBA รวบรวมสถิติช่วงปี 2561-ครึ่งปีแรก 2562 พบว่า ผู้บริโภคที่ใช้บริการสร้างบ้านกับสมาชิกสมาคมมีความต้องการกู้เงินหรือขอสินเชื่อปลูกสร้างบ้านสูงถึง 44% และ 41% ตามลำดับ จากปกติไม่เกิน 30-36% ถือเป็นสัดส่วนการขอสินเชื่อปลูกสร้างบ้านสูงที่สุดในรอบ 6 ปี ในขณะที่จำนวนผู้ขอสินเชื่อ 10% แบ่งสัดส่วน 82% เลือกปลูกสร้างบ้านในต่างจังหวัด อีก 18% ต้องการสร้างบ้านในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล

“เทรนด์การแข่งขันในตลาดรับสร้างบ้านช่วงครึ่งปีหลังคงต้องแข่งขันกันสูงมาก ถึงแม้ยังมีดีมานด์ปลูกสร้างบ้านบนที่ดินตัวเองอย่างต่อเนื่องก็ตาม โดยจุดได้เปรียบในการแข่งขันเป็นของผู้นำตลาดที่สร้างบ้านด้วยระบบสำเร็จรูป ได้แก่ กลุ่มซีคอนโฮม เอสซีจีไฮม์ พีดีเฮ้าส์ ฯลฯ เพราะสามารถสร้างบ้านได้รวดเร็ว ควบคุมคุณภาพได้แม่นยำกว่า ใช้แรงงานคนจำนวนน้อย จึงมีโอกาสในการขยายตลาดและขยายฐานลูกค้าได้มากกว่า”

โดยสมาคมไทยรับสร้างบ้านได้ปรับลดตัวเลขมูลค่าตลาดรวมเล็กน้อย จากเดิมประเมินปีนี้ 1.6-1.7 หมื่นล้านบาท ลดระดับมาอยู่ที่ 1.4-1.6 หมื่นล้านบาท โดยช่วงครึ่งปีแรก 2562 (มกราคม-มิถุนายน 2562) กลุ่มธุรกิจรับสร้างบ้านมีส่วนแบ่งตลาดแล้ว 7 พันล้านบาท

“สถานการณ์ปัจจุบัน ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวทำให้ผู้ประกอบการลดจำนวนลง อาจชะลอหรือปิดกิจการไปบ้าง, ปัญหาขาดแคลนแรงงานและต้นทุนที่ปรับตัวสูงขึ้นตลอดเวลา รวมทั้งมีแรงกดดันจากผู้บริโภคที่ต้องการสินค้าและบริการคุณภาพสูง ผู้ประกอบการจำเป็นต้องทำธุรกิจอย่างมืออาชีพ เพื่อตอบสนองผู้บริโภครับสร้างบ้านยุค 4.0”

นายสิทธิพรกล่าวตอนท้ายด้วยว่า กลยุทธ์การตลาดธุรกิจรับสร้างบ้านหันมาเน้นแข่งขันจัดอีเวนต์มาร์เก็ตติ้งกันมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยผู้ประกอบการรายหลักทำครบทั้งการออกบูทงานแสดงสินค้า ห้างสรรพสินค้าชานเมือง และใช้สื่อโซเชียลมีเดียควบคู่กัน ในขณะที่รายเล็ก โดยเฉพาะในต่างจังหวัดเน้นการใช้สื่อโซเชียลมีเดียเป็นหลัก เพราะมีต้นทุนค่าใช้จ่ายต่ำกว่า

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ