ตลาดรับสร้างบ้านQ4เริ่มฟื้น หลังปลดล็อกการเมือง-เลือกตั้งชัดเจน

175 views

ตลาดรับสร้างบ้านQ4เริ่มฟื้น หลังปลดล็อกการเมือง-เลือกตั้งชัดเจน

นายสิทธิพร สุวรรณสุต นายกสมาคมไทยรับสร้างบ้าน (THBA) เปิดเผยว่า ทิศทางธุรกิจรับสร้างบ้านในไตรมาส 4 ปี 2561 มองว่าหลังจากรัฐบาลปลดล็อกทางการเมืองและส่งสัญญาณเลือกตั้งในช่วงต้นปี 2562 ทำให้ผู้บริโภคเริ่มคลายความกังวล ซึ่งส่งผลทางด้านจิตวิทยา จึงทำให้สถานการณ์ตลาดรับสร้างบ้านเริ่มปรับตัวไปในทิศทางที่เป็นบวกมากขึ้น ประกอบกับความเชื่อของผู้บริโภคในต่างจังหวัด โดยเฉพาะในภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ ที่จะไม่นิยมปลูกสร้างบ้านในช่วงเข้าพรรษา หรือตรงกับช่วงไตรมาส 3

ทั้งนี้ เชื่อว่าในไตรมาส 4 ปี 2561 ผู้บริโภคจะเริ่มกลับมาปลูกสร้างบ้านกันคึกคักอีกครั้ง ตลาดจึงน่าจะขยายตัวเพิ่มมากขึ้น แต่อาจมีปัจจัยที่ส่งผลกระทบอยู่บ้างในเรื่องของภัยธรรมชาติ โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หากเผชิญพายุฝนอีกครั้งก็อาจเกิดการชะงักในเรื่องของการก่อสร้าง รวมถึงปัจจัยด้านการเมือง หากรัฐบาลเลื่อนการเลือกตั้งออกไปอีก ก็คาดว่าจะส่งผลในด้านลบ และอาจทำให้ผู้บริโภคชะลอการตัดสินใจปลูกสร้างบ้านหรือตัดสินใจล่าช้าออกไปอีก

นายสิทธิพรกล่าวว่า สมาคมได้ประเมินมูลค่ารวมตลาด “บ้านสร้างเอง”ทั่วประเทศในปี 2561 ไว้ที่ 1.3-1.5 แสนล้านบาทโดยธุรกิจ “รับสร้างบ้าน” หรือกลุ่มผู้ประกอบการรับสร้างบ้าน (ไม่ใช่ ผู้รับเหมารายย่อยทั่วไป)น่าจะมีส่วนแบ่งตลาด 1.4-1.5 หมื่นล้านบาทโดยช่วง 9 เดือน ปี 2561 กลุ่มธุรกิจรับสร้างบ้านน่าจะมีส่วนแบ่งตลาดแล้ว 70% หรือ1 หมื่นล้านบาท ซึ่งยังต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้เล็กน้อย อย่างไรก็ตามเชื่อว่าในช่วงไตรมาส 4จะสามารถชิงส่วนแบ่งตลาดได้ใกล้เคียงกับมูลค่าที่ประมาณการไว้

ส่วนภาพรวมการแข่งขันของธุรกิจรับสร้างบ้านในช่วงไตรมาส 3 ปี 2561ผู้ประกอบการมีการแข่งขันรุนแรงพอสมควร โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑลและหัวเมืองเศรษฐกิจ ซึ่งกลุ่มบ้านราคาต่ำกว่า 2 ล้านบาท จะมีผู้ประกอบการรายเล็กและรายใหม่ รวมถึงผู้รับเหมาสร้างบ้านแข่งขันอยู่ในตลาดนี้เป็นหลัก เน้นแข่งขันราคามากกว่าเน้นคุณภาพ, กลุ่มราคา 2-5 ล้านบาท เป็นกลุ่มที่มีผู้ประกอบการทั้งรายเล็ก รายกลาง รายใหญ่ และเป็นกลุ่มที่มีการแข่งขันกันสูงปานกลาง กลยุทธ์ที่ใช้แข่งขันจะเน้นเรื่องรูปแบบบ้านและดีไซน์สวยงาม คุณภาพวัสดุ ฝีมือและผลงานก่อสร้าง

ในขณะที่กลุ่มบ้านราคา 5-10 ล้านบาท ส่วนใหญ่จะไม่เน้นแข่งขันราคา แต่จะแข่งขันในเรื่องของรูปแบบฟังก์ชั่น ดีไซน์ คุณภาพวัสดุ การสร้างจุดขายเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม เช่น บ้านประหยัดพลังงาน การใช้เทคโนโลยีก่อสร้าง ,กลุ่มบ้านราคา 10 ล้านบาทขึ้นไป มีการแข่งขันที่รุนแรงพอสมควร เนื่องจากมีผู้ประกอบการที่มีชื่อเสียง ทั้งรายกลาง รายใหญ่ และรายที่มีประสบการณ์อยู่ในธุรกิจรับสร้างบ้านมานาน เข้ามาแข่งขันในตลาดนี้ ซึ่งจะไม่เน้นแข่งขันราคา แต่จะเน้นในเรื่องของดีไซน์และฟังก์ชั่นที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้า