พลิกโฉมอนาคตเอเชีย ด้วยพลังงานสะอาด

204 views

การปฏิวัติอุตสาหกรรม และการเติบโตอย่างรวดเร็วของสังคมเมือง ทำให้เกิดความเสื่อมโทรมของสภาพแวดล้อมอันเนื่องมาจากมลพิษ การตัดไม้ทำลายป่า และความเสื่อมโทรมของดิน ที่กำลังขยายวงกว้าง สิ่งต่างๆ เหล่านี้ถูกขยายผลให้รุนแรงขึ้น จากการพึ่งพาอาศัยพลังงานเชื้อเพลิงจากฟอสซิล ซึ่งเป็นขุมพลังหลักในการเติบโตทางเศรษฐกิจในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ทั้งนี้ในบรรดา 19 ประเทศ จาก 25 ประเทศในภูมิภาคเอเชีย รวมถึงประเทศฟิลิปปินส์ และสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ต้องประสบกับภาวะน้ำท่วมชายฝั่ง ผู้คนบาดเจ็บ เสียชีวิต รวมไปถึงการสูญเสียทางเศรษฐกิจ  มีการคาดการณ์ว่า จะมีประชากรจำนวนมากกว่า 5.9 ล้านคน ที่จะได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในทุกปีจนถึงปี 2100 ตามรายงานปี 2017 ที่จัดทำขึ้นโดยธนาคารพัฒนาเอเชีย หรือ ADB (Asian Development Bank) 
ทวีปเอเชีย จัดเป็นเป็นภูมิภาคที่มีอัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงที่สุด และมีความมุ่งหวังที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชากรนับหลายล้านคนให้ดีขึ้น องค์กรรัฐบาลในภูมิภาคนี้ ล้วนตระหนักถึงสิ่งที่เป็นปัจจัยต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ พร้อมกับได้แสดงเจตนารมณ์ทางการเมืองที่จริงจังมากขึ้น ในการนำวิธีการรับมือกลับมาพิจารณาใหม่ ด้วยการกำหนดกรอบนโยบายด้านพลังงานที่ปลอดภัยยิ่งกว่าเดิม ให้ความยั่งยืนมากขึ้น นอกเหนือจากการใช้พลังงานหมุนเวียนจากแหล่งพลังงานสะอาดที่ลดผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม

ส่งเสริมให้ชุมชนได้มีส่วนร่วมในพลังงานหมุนเวียน
ในปัจจุบันเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ทั้งองค์กรและหน่วยงานต่างๆของนานาประเทศ จะต้องช่วยกันเร่งกระบวนการพัฒนาไปสู่อนาคตที่ยั่งยืน ด้วยแหล่งพลังงานหมุนเวียน ซึ่งนับเป็นเวลาหลายปีที่ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้มีส่วนร่วมและนำเสนอความเชี่ยวชาญในเรื่องของความยั่งยืน ตามปณิธานที่ต้องการช่วยให้ผู้คนเข้าถึงพลังงานสะอาด ปลอดภัย และเชื่อถือได้  ความมุ่งมั่นนี้มาพร้อมกับจุดยืนที่แตกต่างในการช่วยเหลือผู้ที่อยู่อาศัยในถิ่นทุรกันดาร ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก และยังขาดแคลนพลังงาน
 นอกจากการมอบโซลูชันพลังงานที่สะอาดและยั่งยืนให้กับชุมชมแล้ว เราเชื่อในเรื่องของการส่งเสริมให้ชุมชนได้มีส่วนร่วม พร้อมสนับสนุนความคิดที่ว่า “ความมุ่งมั่นพยายามที่ดีงาม ต้องอาศัยความสามารถที่แข็งแกร่ง” ของคนในท้องถิ่น เพื่อดูแลจัดการโซลูชันในการเข้าถึงการบริการด้านพลังงาน โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในท้องถิ่นที่อยู่ห่างไกล โดย ADB พบว่าการประสบความสำเร็จที่ผ่านมาส่วนใหญ่ มักจะมีจุดร่วมที่เหมือนกัน คือ “การตอบสนองจากชุมชนในทางบวก ต่อระบบพลังงานหมุนเวียน” ด้วยอัตราการจ่ายเงินคืนในระดับที่สูงมาก ซึ่งผู้อยู่อาศัยในท้องถิ่นหรือผู้นำหมู่บ้านจะต้องดูแล และจัดการเทคโนโลยีเหล่านี้ให้ได้ด้วยตัวเอง
เช่นเดียวกับที่ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้มอบกระแสไฟฟ้าให้กับ 12,500 หลังคาเรือนในหมู่บ้าน 100 แห่งในประเทศกัมพูชา ผ่านระบบโซลาร์โฮม รวมถึงอีกกว่า 1,000 หลังคาเรือนในหมู่บ้าน 5 แห่งในประเทศเมียนมาร์ ผ่านไมโครกริด เพราะในภูมิภาคนี้ต้องเผชิญกับความท้าทายลักษณะเดียวกันในการเข้าถึงพลังงาน การตอบสนองด้านพลังงาน ในแง่ของการใช้และปัจจัยการผลิต ล้วนมีความแตกต่างกันไปตามแต่ละภูมิภาค ดังนั้นในส่วนของโซลูชันจึงจำเป็นต้องปรับให้สอดคล้องกับภูมิภาคที่แตกต่างกัน ทั้งในเรื่องเศรษฐกิจ การเมืองและวัฒนธรรม 
 
    

ชักชวนเยาวชนเพื่อโลกที่พร้อมสำหรับอนาคต
เนื่องจากมีการกำหนดความต้องการด้านพลังงานและประชากรในภูมิภาคนี้มีเพิ่มมากขึ้น จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนในการปรับปรุงประสิทธิภาพของโซลูชัน และผลกระทบที่จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริงในระยะยาว นอกเหนือจากการพัฒนาต่อเนื่องในเรื่องของเทคโนโลยีและนวัตกรรมแล้ว เยาวชนในปัจจุบันยังนับเป็นสินทรัพย์ที่สำคัญที่สุดในโลก ที่ช่วยให้นำไปสู่เส้นทางสีเขียวและอนาคตที่ยั่งยืนได้อย่างรวดเร็ว
เพื่อต่อยอดความริเริ่มของเราในสาธารณรัฐอินโดนีเซีย มูลนิธิชไนเดอร์ (Schneider Foundation) พร้อมด้วยบริษัท ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้ร่วมมือกับกระทรวงการศึกษาและวัฒนธรรม ของสาธารณรัฐอินโดนีเซีย (Kemendikbud RI) และ กระทรวงการศึกษาแห่งชาติของฝรั่งเศส (MENES) โดยมีการปรับปรุงคุณภาพและทักษะความสามารถของผู้เชี่ยวชาญด้านไฟฟ้าในประเทศ  โดยมูลนิธิชไนเดอร์ได้ให้เงินสนับสนุน ความร่วมมือดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ร่วมกัน คือการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนในระดับอินเตอร์เนชันแนล รวมไปถึงเพื่อตอบสนองความต้องการอื่นๆ อีกทั้งช่วยเตรียมความพร้อมให้กับนักเรียนชาวอินโดนีเซียกว่า 1,500 คน ก้าวไปสู่การทำงานในวิชาชีพไฟฟ้าในทุกปี ตั้งแต่ปี 2018 เป็นต้นไป ในความริเริ่มเหล่านี้ เราคาดหวังที่จะได้เห็นความสำเร็จ และการใช้พลังงานหมุนเวียนที่จะคงอยู่ตลอดไป รวมถึงการเป็นชุมชนที่แข็งแกร่ง และการมีส่วนร่วมอย่างแข็งขัน ทั้งเรื่องแรงงาน การวางแผน และการตัดสินใจ

 
การเข้าถึงพลังงาน เริ่มจากความร่วมมือ
พลังงานเป็นปัจจัยสำคัญในการพลิกโฉมอนาคตสู่ความเสมอภาคและยั่งยืน รวมไปถึงใช้ต่อสู้กับความยากจนและผลักดันให้มนุษยชาติก้าวไปสู่การพัฒนา ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้ทุ่มเทให้ความสำคัญกับ “พลังงานยั่งยืนสำหรับทุกคน (SE4ALL – Sustainable Energy for ALL) และวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน 2030 (2030 Agenda for Sustainable Development) รวมถึงข้อตกลงปารีส (Paris Agreement) ซึ่งทั้งหมดล้วนช่วยกันผลักดันโครงข่ายในระดับโลก เพื่อให้บรรลุเป้าหมายและคำมั่นสัญญา 
ชไนเดอร์ อิเล็คทริค มีคำมั่นสัญญาในการส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืน ช่วยให้ผู้คนเข้าถึงพลังงานสะอาดและปลอดภัย เป็นสิ่งที่อยู่ในดีเอ็นเอขององค์กร  โดยร่วมมือกับพนักงาน สปอนเซอร์จากพันธมิตร รวมถึงลูกค้าในภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก  เราได้มีส่วนร่วมในการช่วยให้ผู้คนกว่า 5 ล้านคน ในชุมชนที่ห่างไกลเพื่อให้เข้าถึงพลังงานได้ภายใน 7 ปีที่ผ่านมา และยังไม่ได้หยุดแค่นั้น เป้าหมายของเราก็คือการบรรลุที่ 50 ล้านคนภายใน 10 ปีข้างหน้า